จั่วหัวก่อนว่า ถึงผมไม่สปอยล์ คุณก็เดาตอนจบได้

 

 

 

 

ทำไมน่ะเหรอ ก็เรื่องนี้มันค่อนไปทางนิทานก่อนนอนเลยน่ะสิครับ
แต่นิทานเรื่องนี้ คุณฟังจบแล้ว คุณจะยิ้มให้กับคนรอบข้าง
และพูดกับพวกเค้าว่า "Merry Christmas..."

แฟนอยากจะชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะเธอติดตาจาก The Polar Express
แต่ผมก็ทักไปว่ามันคนละค่ายกันนี่นา เอาเหอะดูก็ดู
 การสื่อส่งอารมณ์ของภาพยนตร์ทำออกมาได้หลากหลายเลยล่ะครับ
ทั้งดราม่า คอมเมดี้ ฟีลกู๊ด และแฟนตาซี

 

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำมาจากหนังสือนิทานสำหรับเด็ก
A Christmas Carol ปาฎิหาริย์วันคริสต์มาส หาซื้อได้ที่ซีเอ็ดครับ
http://www.se-ed.com/eshop/Products/Detail.aspx?No=9789742127916&AspxAutoDetectCookieSupport=1

เรื่องก็จะเริ่มต้นด้วยการเล่าเป็นฉากๆ เหมือนนิทานทั่วไป
ว่าด้วยชีวิตของ "อาเบนิเซอร์ สครูจ" ชายแก่ขวางโลก
ผู้ใช้ชีวิตอยู่อย่างเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ และแล้งน้ำใจ
ตลอดชีวิตของเค้าปฏิเสธที่จะมีส่วนรวมทางสังคมมาตลอด
อีกทั้งยังรังเกียจที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์อีก

เจ็ดปีหลังการจากไปของเพื่อนร่วมธุรกิจ
สครูจก็ได้รับคำเชิญจากหลานชายสุดที่รัก
ให้ไปร่วมทานอาหารในคืนคริสต์มาสอีฟ
นอกจากจะปฏิเสธแล้ว เค้ายังขับไล่อย่างไม่ใยดีอีก
เมื่อสครูจกลับถึงบ้าน เค้าก็ต้องพบกับเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนเค้าไปทั้งชีวิต

สครูจต้องมาพบกับ "Spirit" ที่หมายถึงตัวแทนแห่ง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
เข้ามาแสดงภาพที่ผ่านมา กำลังเกิด และจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าในชีวิตของเขา

 

 

 

เหตุการณ์ที่ Spirit ทั้งสามได้บอกแก่สครูจ ทำให้ทัศนคติของเค้า
ที่มีต่อโลกใบนี้ เปลี่ยนไปตลอดกาลก็ว่าได้
ถ้าอยากรู้ว่าตาแก่หัวดื้อคนนี้โดนอะไรบ้าง เข้าไปดูในโรงก็แล้วกันครับ

 

ทัศนคติที่มีต่อภาพยนตร์

ดิสนีย์ได้พยายามพัฒนาตัวเองจากเจ้าพ่อแห่งการ์ตูน 2D ให้มาสู่โลกแห่ง CG ให้ได้
แม้ว่า Pixar จะยึดตลาดอนิเมชั่นแนว CG ไปแล้วก้ตาม
ดิสนีย์ก็พยายามแทรกหนังที่สร้างด้วยCG เข้ามาทุกปี
ปีก่อนหากใครยังชอบดู Bolt ปีนี้ก้แนะนำให้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ
(และแนะนำอย่างยิ่งที่สมควรไปดู IMAX 3D)
เพราะความคมชัด และเนียนสมจริงที่ดิสนีย์พยายามแสดงออกมา
มันสื่อได้ถึงจินตนาการเต็มเปี่ยม บวกกับพื้นฐานแห่งโลกนิทาน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเ็ป็นงานที่เข้าทางของดิสนีย์เค้าเลยทีเดียว

 สิ่งที่ดูแล้วขัดๆเล็กน้อยคือความน่ากลัวสมจริงของศพ และวิญญาน
ที่พยายามจะสื่อว่าสิ่งเหล่านี้ ดูน่ากลัวหากเราละทิ้งความดีที่มนุษย์พึงกระทำ
และความน่ากลัวเหล่านี้ก็จะพยายามหลอกหลอนเราไปจนกว่าเราจะกลับตัวได้
ใครที่ศึกษาพุทธศาสนาแล้วเข้าไปชม จะพบว่าภาพยนตร์ได้บอกอะไรกับเราหลายอย่างเลยครับ

 

ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ที่มีเกิดแก่ เจ็บ ตาย
ธรรมชาติของสิ่งที่ความตายก็พกพาไปไม่ได้
ธรรมชาติของสังคมมนุษย์ และอีกหลายอย่างที่เราพานพบได้ในชีวิตประจำวัน
แม้บางครั้งจะสื่อออกมาค่อนข้างน่ากลัว แต่ลึกๆผมว่า มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆนี่ครับ

และในท้ายที่สุด ภาพยนตร์ก็ได้บอกอะไรกับเราบางอย่าง เกี่ยวกับการอยู่บนโลกใบนี้
ว่าเราไม่ได้มีตัวตนเพียงคนเดียว ยังมีอีกหลายชีวิต
ที่ต้องการการแบ่งปัน การเกื้อกูล หรือแม้กระทั่งโอกาส
หากยังมีลมหายใจ และมีกำลังที่จะช่วยพวกเค้าพอ ก็จงทำซะเถอะครับ

 

 

เอาเป็นว่าลองไปชมด้วยตาตัวเองดีกว่าครับ
เรื่องเอฟเฟก ผมให้เต็มเลย หิมะแทบจะชนลูกตาแน่ะ เหอๆ

 

ที่มาของภาพ Google + majorceneplex + se-ed

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ท่านใดไปดูมาแล้ว ช่วยบอกด้วยครับ ว่าเต็มไม่เต็มจอครับ อยากดูมากๆ แต่ไม่แน่ใจ

#4 By (58.8.94.124) on 2009-11-27 19:59

ที่ กรุงศรี IMAX นะครับเขาฉายเรื่องนี้แบบ เต็มๆ จอ Full screen เท่าตึก 8 ชั้น หรือว่าเป็น widescreen นะครับ ถ้าฉายเต็มจอแบบ the polar exprees ละก็ผมจะยกครอบครัวไปดูทั้งหมดเลย แต่ถ้า ฉายครึ่งจอแบบหลายๆ เรื่องที่ผ่านมาซึ่งผิดหวังมากๆ จะไม่ไปดูหรอกครับ

#3 By ืnom (58.8.94.124) on 2009-11-27 19:57

ฉายเต็มจอเปล่าครับ

#2 By (58.8.94.124) on 2009-11-27 19:54

พอเห็นชื่อจิม แคร์รี่ แล้วได้อ่านพลอทเรื่องที่พี่ปอร์เล่า ก็ไปนึกถึงเรื่อง The Grinch เลยแฮะ

อยากดูจังค่ะ คิดว่าไม่น่าพลาด big smile

#1 By Wang Ai Hua on 2009-11-08 16:55