ดีเคทไดร์ฟเวอร์

หลังจากสิ้นสุดงานรับปริญญาเมื่อวาน เลยได้มีโอกาสไปดูหนังกะเค้าบ้างฮะ







Toy Story 3



สปอยล์ข้างล่าง ซ่อนไว้แล้ว


มุมมองของโซมะ ..... รอโซมะมันไปดูมาก่อนละกัน


สรุปเรื่องย่อครับ




- หนังเปิดตัวด้วยอนิเมชั่นขนาดสั้นตามธรรมเนียมครับ ปีนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง CG และ อนิเมชั่น 2D ที่มีชื่อเรื่องว่า "Day and Night" ครับ

เรื่องราวมีอยู่ว่า ..... ไปดูเอง ส่วนระดับความประทับใจ ผมให้น้อยกว่าเรื่องที่ฉายพร้อมกับ UP เมื่อปีก่อนครับผม (เรื่องของเมฆกับนกกระสา)





- ในส่วนของหนัง เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อแอนดี้สุดที่รักของทุกคนโตเป็นหนุ่ม ของเล่นทุกชิ้นต่างก็คิดหนักว่าจะเอายังไงกับชีวิตของตน

ในเมื่อทางเลือกมีแค่ "ไปอยู่ในห้องเก็บของ" หรือ "จะทำหน้าที่ของเล่นต่อไปในศูนย์รับเลี้ยงเด็ก"

วู้ดดี้และบัซ พร้อมกับแก๊งค์ของเล่นชุดเดิมจะพาผู้ชมโลดแล่นไปกับการผจญภัย (ครั้งสุดท้าย?) ที่พวกเค้า และแอนดี้ผู้เป็นเจ้าของจะไม่มีวันลืม



มุมมองของ Poraemon .....




- ด้วยเนื้อเรื่องทีมีเค้าโครงไม่ต่างจากภาคก่อนๆเท่าไรนัก แต่พิกซาร์ยังสามารถสร้างความประทับใจ

และทำให้ผมน้ำตาซึมกับฉากธรรมดาๆ อย่างตอนที่แอนดี้เล่นของเล่น เป็นต้น (ใครมีอดีตที่เคยเล่นของเล่น ดูฉากนี้ระวังน้ำตาซึมนะ)

บางคน (ที่ไปดูด้วย) บอกว่าไม่ต่างจากภาคสองเท่าไรนัก เพียงแต่การกระจายบทให้กับตัวละคร นับว่ากระจายได้อย่างทั่วถึงเลยทีเดียว

ของเล่นทุกชิ้นได้ทำภารกิจร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าภายในเนื้อเรื่องจะไม่มีมุกตลกหยอดมากนัก แต่จุดที่จะทำให้ขำก๊ากก็มีไม่น้อย

ส่วนจุดที่ทำให้ต่อมน้ำตาแตกก็ไม่ใช่ว่าจะออกมาปล่อยโฮเหมือน UP เมื่อปีก่อน แต่พิกซาร์ทำเนียน และค่อยเป็นค่อยไป จนน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว

ตอนจบผมมองว่าหลายๆคนอาจจะรับไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจว่า่คนตะวันตกเค้าสอนให้มองไปข้างหน้ามากกว่าอยู่กับอดีตครับผม


คะแนน 100 / 10 ไปเลย

ปล. อันนี้สปอยล์ได้ เพราะภาพหลุดออกมาเยอะมาก

มันมี Totoro จากสตูดิโอจิบลิออกมาด้วยล่ะ น่ากอดมากกกกกกกกกกกกกก



 
Spoil Spoil แรงมากกกกกกกกกกกกกกกกกก อย่ากดอ่านนะครับ เพราะเล่นเล่าตอนจบเลย

กด Ctrl + A เพื่ออ่าน


เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อแอนดี้อายุเข้าวัย 17 ซึ่งเค้าก็ต้องจากบ้านของตนไปเพื่อเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

แล้วของเล่นที่เหลือล่ะ?  แอนดี้ตัดสินใจเก็บของเล่นทั้งหมดยกเว้นวู้ดดี้ไปเก็บไว้ในห้องเก็บของที่บ้าน

แต่เกิดเหตุการณ์เข้าใจผิดเล็กน้อย ทำให้ของเล่นทุกชิ้นต้องถูกส่งไปสถานรับดูแลเด็ก Sunnyside

เมื่อทุกคนมาถึง ก็พบกับหมีใหญ่สีชมพูอย่าง "ลอทโซ" ที่เป็นเหมือนพ่อบ้านใหญ่ของของเล่นในสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้

ลอทโซชักชวนและเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนมาอยู่เป็นของเล่นที่นี่ตลอดไป ยกเว้นเพียงวู้ดดี้ที่อยากจะกลับไปอยู่กับแอนดี้เหมือนเดิม

วู้ดดี้พยายามหนีออกมา แต่ก็ไม่สำเร็จ ต้องมาพบกับหนูน้อย "บอนนี่" หนึ่งในเด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนั้น

ซึ่งบอนนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับแอนดี้ ที่มีจิตใจรักในของเล่นเหมือนกัน วู้ดดี้แม้จะมีความสุข แต่เค้าก็อยากจะกลับไปหาแอนดี้เหมือนเช่นเดิม

อีกด้านหนึ่ง ภาพสวรรค์แห่งของเล่นที่บัซและผองเพื่อนที่เหลือได้เห็นก็ต้องพังทลายลงต่อหน้า

เพราะเด็กทุกคนในนี้ต่างก็เล่นของเล่นอย่างป่าเถื่อน เพียงแค่วันแรกก็ทำให้ทุกคนอยากหนีออกไปเสียแล้ว

ต่างกับลอทโซที่อยู่อีกห้องหนึ่งที่ได้รับการทะนุถนอมอย่างดี เมื่อบัซทนไม่ได้จึงไปเจรจากับลอทโซเพื่อย้ายห้อง

แต่กลับถูกลอทโซเปลี่ยนโปรแกรมจนกลายเป็นตำรวจอวกาศ (นิสัยเหมือนตอนปรากฏตัวในภาค 1 ใหม่ๆ)

แถมยังจัดเวรยามไม่ให้ของเล่นทุกชิ้นหนีออกไปอีกด้วย
(ถามว่าลอทโซทำเพื่ออะไร ก็เพื่อให้ปริมานของเล่นในห้องเด็กซนมีมากพอ จนไม่ต้องยุ่งกับห้องของเล่นเด็กดีครับ)

เมื่อทุกคนสิ้นหวังกับอนาคตอันโหดร้ายของตน วู้ดดี้ก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมๆกับแผนการณ์แหกสถานรับเลี้ยงเด็กที่สุดยอด

(มีจุดหนึ่งที่ผมประทับใจสุดๆ คือ ในระหว่างที่ทุกคนหนีไปที่โรงงานขยะ ทุกคนกำลังจะตกลงไปในเตาหลอม
เจสซี่คาวเกิร์ลสาวก็ถามบัซว่าจะทำอย่างไร บัซไม่ตอบ แต่ยื่นมือมาจับมือของเจสซี่เอาไว้ ทุกคนเห็นแบบนั้นก็ต่างเอามือมาจับไว้ด้วยกัน
เพื่อรอรับชะตากรรมสุดท้าย ก่อนจะถูกหลอมในเตา ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นก็มีคนมาช่วยได้ทันเวลา คนที่มาช่วยเล่นเอาผมฮาแตกเลย)

เมื่อทุกคนมาถึงที่บ้านของแอนดี้ วู้ดดี้เขียนข้อความทิ้งไว้ว่าอยากให้เอาของเล่นทั้งหมด ไปให้กับบอนนี่
(ตรงนี้ล่ะ น้ำตาไหลพรากกกกก)

สุดท้าย แอนดี้ก็ต้องจากวู้ดดี้ไป แต่วู้ดดี้และเพื่อนๆก็มีบ้านใหม่ และเจ้าของใหม่อย่างบอนนี่เล่นเป็นเพื่อนตลอดไป





ก่อนไป แปะซะหน่อย








เบลอทุกรูป!!!